当前位置:
'เจิมศักดิ์'ชี้ภัยพิบัติ
时间:2026-01-17 17:52:11 出处:焦点阅读(143)
เจิมศักดิ์ชี้ภัยพิบัติ
รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า"ซากศพและคราบน้ำตา: บทพิสูจน์ความล้มเหลว บนเก้าอี้รัฐมนตรี"
บทเรียนจากคราบน้ำตา: เมื่อภัยพิบัติและโศกนาฏกรรมสะท้อนคุณภาพผู้บริหารประเทศ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องเผชิญกับเหตุการณ์สะเทือนขวัญและภัยพิบัติทางธรรมชาติที่พรากชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปเป็นจำนวนมาก
หากพิจารณาตามไทม์ไลน์การบริหารงานของรัฐบาล สองยุคสมัยที่ผ่านมาได้ฝากบาดแผลลึกไว้ในใจคนไทยอย่างไม่อาจลืมเลือน
ยุคสมัยแห่งความสูญเสียที่ไม่คาดฝัน
ในสมัยการบริหารของ นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร โดยมี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
เกิดเหตุการณ์วิปโยคที่สร้างความเศร้าสลดไปทั่วโลก:
• 1 ต.ค. 67: เหตุการณ์ไฟไหม้รถบัสทัศนศึกษาบนถนนวิภาวดีรังสิต เด็กอนุบาลและครูต้องสังเวยชีวิตรวม 23 ราย เป็นโศกนาฏกรรมที่สะท้อนถึงความหย่อนยานของมาตรฐานความปลอดภัยในระบบขนส่ง
• 29 พ.ย. 67: คานปูนและเครนพังถล่มใกล้ตลาดมหาชัยเมืองใหม่ จ.สมุทรสาคร คร่าชีวิตผู้คนไป 6 ราย
• 15 มี.ค. 68: โครงสร้างคานสะพานทางด่วนพระราม 3-ดาวคะนอง ถล่มลงมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย และบาดเจ็บถึง 24 ราย
• 28 มี.ค. 68: เหตุแผ่นดินไหวรุนแรงที่ทำให้ตึกสตง. ถล่มลงมา มีผู้เสียชีวิตเกือบ 100 ราย
• 24 พ.ค. 68: อุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ที่สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างมหาศาล
วิกฤตความปลอดภัยและภัยธรรมชาติภายใต้การนำใหม่
ต่อมาในยุคของ นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม
ความสูญเสียจากโครงสร้างพื้นฐานและการจัดการวิกฤตยังคงดำเนินต่อไป:
• 24 ก.ย. 68: ถนนยุบตัวบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิระ สามเสน จากการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน
• 27 พ.ย. 68: น้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งถูกมองว่าขาดการบริหารจัดการน้ำที่เหมาะสม นำไปสู่ความสูญเสียครั้งใหญ่ มีผู้เสียชีวิตกว่า 145 ราย เศรษฐกิจพังพินาศ
• 14 ม.ค. 69: เครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟที่สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ดับ 32 ราย บาดเจ็บ 66 ราย
• 15 ม.ค. 69: เพียงวันถัดมา เครนก่อสร้างบนถนนพระราม 2 ถล่มทับรถกระบะ มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ย้ำเตือนถึงความไม่ปลอดภัยบนถนนสายมรณะที่ยังแก้ไม่ตก
บทสรุป: อุทาหรณ์ถึง "อนาคตประเทศไทย"
ความวิบัติที่เกิดขึ้นในยุคของสองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ไม่ใช่เพียงเรื่องของโชคชะตา แต่มันคือ อุทาหรณ์ ที่ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของ "คุณภาพการบริหาร"
หากการเลือกตั้งครั้งต่อไป ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ เรายังได้ผู้บริหารที่มองเพียงผลประโยชน์เฉพาะหน้าของพรรคพวก
มุ่งเน้นแต่การรักษาอำนาจ โดยไม่ยอมปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้วย ความรู้ ความสามารถ และความสุจริต และหากการเมืองไทยยังวนเวียนอยู่กับ "ทุนเทาและเงินดำ"
ประเทศไทยอาจเดินหน้าไปสู่จุดที่ยากจะพลิกฟื้น จนกลายเป็น "รัฐล้มเหลว" (Failed State) ที่ไม่อาจคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อีกต่อไป
16 มกราคม 2569
รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า"ซากศพและคราบน้ำตา: บทพิสูจน์ความล้มเหลว บนเก้าอี้รัฐมนตรี"
บทเรียนจากคราบน้ำตา: เมื่อภัยพิบัติและโศกนาฏกรรมสะท้อนคุณภาพผู้บริหารประเทศ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องเผชิญกับเหตุการณ์สะเทือนขวัญและภัยพิบัติทางธรรมชาติที่พรากชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปเป็นจำนวนมาก
หากพิจารณาตามไทม์ไลน์การบริหารงานของรัฐบาล สองยุคสมัยที่ผ่านมาได้ฝากบาดแผลลึกไว้ในใจคนไทยอย่างไม่อาจลืมเลือน
ยุคสมัยแห่งความสูญเสียที่ไม่คาดฝัน
ในสมัยการบริหารของ นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร โดยมี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
เกิดเหตุการณ์วิปโยคที่สร้างความเศร้าสลดไปทั่วโลก:
• 1 ต.ค. 67: เหตุการณ์ไฟไหม้รถบัสทัศนศึกษาบนถนนวิภาวดีรังสิต เด็กอนุบาลและครูต้องสังเวยชีวิตรวม 23 ราย เป็นโศกนาฏกรรมที่สะท้อนถึงความหย่อนยานของมาตรฐานความปลอดภัยในระบบขนส่ง
• 29 พ.ย. 67: คานปูนและเครนพังถล่มใกล้ตลาดมหาชัยเมืองใหม่ จ.สมุทรสาคร คร่าชีวิตผู้คนไป 6 ราย
• 15 มี.ค. 68: โครงสร้างคานสะพานทางด่วนพระราม 3-ดาวคะนอง ถล่มลงมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย และบาดเจ็บถึง 24 ราย
• 28 มี.ค. 68: เหตุแผ่นดินไหวรุนแรงที่ทำให้ตึกสตง. ถล่มลงมา มีผู้เสียชีวิตเกือบ 100 ราย
• 24 พ.ค. 68: อุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ที่สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างมหาศาล
วิกฤตความปลอดภัยและภัยธรรมชาติภายใต้การนำใหม่
ต่อมาในยุคของ นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม
ความสูญเสียจากโครงสร้างพื้นฐานและการจัดการวิกฤตยังคงดำเนินต่อไป:
• 24 ก.ย. 68: ถนนยุบตัวบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิระ สามเสน จากการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน
• 27 พ.ย. 68: น้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งถูกมองว่าขาดการบริหารจัดการน้ำที่เหมาะสม นำไปสู่ความสูญเสียครั้งใหญ่ มีผู้เสียชีวิตกว่า 145 ราย เศรษฐกิจพังพินาศ
• 14 ม.ค. 69: เครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟที่สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ดับ 32 ราย บาดเจ็บ 66 ราย
• 15 ม.ค. 69: เพียงวันถัดมา เครนก่อสร้างบนถนนพระราม 2 ถล่มทับรถกระบะ มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ย้ำเตือนถึงความไม่ปลอดภัยบนถนนสายมรณะที่ยังแก้ไม่ตก
บทสรุป: อุทาหรณ์ถึง "อนาคตประเทศไทย"
ความวิบัติที่เกิดขึ้นในยุคของสองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ไม่ใช่เพียงเรื่องของโชคชะตา แต่มันคือ อุทาหรณ์ ที่ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของ "คุณภาพการบริหาร"
หากการเลือกตั้งครั้งต่อไป ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ เรายังได้ผู้บริหารที่มองเพียงผลประโยชน์เฉพาะหน้าของพรรคพวก
มุ่งเน้นแต่การรักษาอำนาจ โดยไม่ยอมปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้วย ความรู้ ความสามารถ และความสุจริต และหากการเมืองไทยยังวนเวียนอยู่กับ "ทุนเทาและเงินดำ"
ประเทศไทยอาจเดินหน้าไปสู่จุดที่ยากจะพลิกฟื้น จนกลายเป็น "รัฐล้มเหลว" (Failed State) ที่ไม่อาจคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อีกต่อไป
16 มกราคม 2569
分享到:
下一篇: 圣域中全部怪物种类的小结
温馨提示:以上内容和图片整理于网络,仅供参考,希望对您有帮助!如有侵权行为请联系删除!
猜你喜欢
- 国内首单PPP资产证券化获财政部肯定
- 芜湖市:“爱心三件套”温暖学子求学路
- 大人小孩都喜欢的酸酸甜甜开胃菜:番茄菜花
- 每日英语听力安装步骤
- 《NapoleonsEaglesGameoftheNapoleonicWars》PC版下载 Steam正版分流下载
- สภาพอากาศกรุงเทพฯ 6 โมงเย็น ไม่มีฝน อุณหภูมิ 29 องศาฯ
- 李耀锋勇夺“第二十三届金伯乐杯”中国马术冠军杯赛1.40米冠军
- 桥野桂在《女神异闻录5》之后便不再深度参与系列创作
- "มือเบส Big Ass"โพสต์คอร์รัปชันมันไม่ต่างอะไรกับฆาตกร หลังเกิดเหตุเครนถล่ม